โปเช็ตติโน่เผยเคยเฮลั่นตอนโซลชายิง

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ปรึกษา สเปอร์ส ระบุ ตนเคยตะโกนดีอกดีใจดังลั่นในเวลาที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด

เว็บ UFABET ชนะ บาเยิร์น 2-1 ในเกมนัดหมายชิงดำของศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 1998-99 เปิดเผย ที่แท้ในขณะนั้นตนมิได้กะไปเชียร์กลุ่มไหนเป็นพิเศษเลย แต่ว่าบรรยากาศมันแจ๋วสุดๆจนถึงทำให้ตนเผลอส่งเสียงเฮเหมือนเป็นสาวก “ปีศาจแดง” ชั่วขณะหนึ่ง

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พูดว่าตนเคยแผดเสียงเฮดังลั่นในตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำแต้มชัยให้ “ปีศาจแดง” ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดู 1998-99 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ยอดกลุ่มที่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1

ตอนนั้น โปเช็ตติโน่ เป็นนักเตะอาชีพอยู่ โดยเขาเป็นกองข้างหลังของ เอสปันญ่อล ซึ่งเนื่องจากว่าโน่นเป็นเกมใหญ่ รวมทั้งเล่นกันที่ คัมป์ นู รังเหย้าของ บาร์เซโลน่า ทำให้ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ฉวยโอกาสเข้าไปดูเกมนัดหมายนี้ เพราะว่าอีกทั้ง “อาซูลกราน่า” และก็ “ไอ้นกแก้ว” อยู่ในแว่นแคว้นกาตาลุนย่าเช่นเดียวกัน

โปเช็ตติโน่ ซึ่งตระเตรียมดวลกึ๋นกับ โซลชา ในเกมลีก วันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค.นี้ เปิดเผยว่า “วันนั้นผมไปดูเกมที่ยอดเยี่ยมร่วมกับ โทนี่ (ฆิเมเนซ ผู้ฝึกสอนผู้เฝ้าประตูคนปัจจุบันนี้ของ สเปอร์ส) ตอนต้นพวกเราก็มิได้กะไปเชียร์กลุ่มไหนเป็นพิเศษหรอก แม้กระนั้นในตอนที่ผมตวาดแผดเสียงดังอื้ออึงขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำคะแนนได้นี่มันน่าไม่น่าเชื่อมากมายๆ”

“ในช่วงหลังพวกเราก็เพลิดเพลินเจริญใจกับเกมการประลองไปตามธรรมดา เพียงพอถึงนาทีที่ 90 เท็ดดี้ เชอริงหมูแฮม ก็ทำคะแนนได้ โดยที่เวลานี้ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ดันขึ้นมาหวังจะทำแต้มด้วย ซึ่งต่อไปพวกเราก็กล่าวกันว่า -ว้าว นี่เป็นเกมที่แจ๋วจริงๆไปสู่ช่วงทดเวลาแล้วสินะ-“

“ต่อจากนั้นเพียงพอ โซลชา ทำคะแนนได้ พวกเราก็แผดเสียงสังสรรค์กันซะดังสนั่น ผมไม่รู้จักแบบเดียวกันว่าเพราะเหตุใดผมถึงทำอะไรอย่างงั้น ด้วยเหตุว่าในตอนนั้นพวกเรามิได้เชียร์กลุ่มไหนเป็นพิเศษแท้ๆแต่ว่าบรรยากาศมันเยี่ยมมาก แล้วก็ช่วงนี้มันก็บังเอิญอย่างยิ่งที่พวกเราได้มาเจอะกันในอีก 20 ปีที่ล่วงเลยไป”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

เป๊ปชมลูกทีมฟอร์มแจ่ม

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ ยกนิ้วชมนักฟุตบอลที่ทำผลงานได้สุดยอดในเกมที่ตี หงส์แดง 2-1 พร้อมชี้ ชัยในคราวนี้ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” มีความมั่นใจและความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นมาก

เว็บ UFABET โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวดูผู้ร่วมทีมที่เล่นกันได้ดีที่สุด กระทั่งทำให้พวกเขาเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ หงส์แดง 2-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา

คนจำนวนไม่น้อยเห็นว่านี่เป็นเกมที่มีความหมายต่อการลุ้นแชมป์มากมายๆเพราะว่าก่อนลงเล่นเกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ตามหลังอีกข้างอยู่ถึง 7 แต้ม ซึ่งท้ายที่สุด “เรือใบสีฟ้า” ก็สามารถเก็บชัยในครั้งแรกของปี 2019 ได้ พร้อมทั้งลดช่องว่างจาก “ลิเวอร์พูล” เหลือ 4 แต้ม แถมยังส่งผลให้กลุ่มของผู้จัดการทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แพ้ในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ด้วย

สมัยก่อนนายใหญ่ บาร์เซโลน่า แล้วก็ บาเยิร์น มิวนิค เปิดเผยว่า “นี่เป็นเกมอันเยี่ยมที่สุดที่จริงจริงของทั้งสองทีม วันนี้พวกเราเอาชนะกลุ่มที่ยอดเยี่ยมมากมายๆได้ พวกเราเล่นเจริญตั้งแต่นาทีแรก พวกเราดีใจมากๆกับชัยคราวนี้ เนื่องจากว่ามันลดช่องว่างลงมาได้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างยังเปิดกว้างอยู่”

“พวกเราเล่นกันด้วยความกล้าหาญชาญชัย พวกเราไล่บีบคั้นพวกเขาด้วยความดุเดือด แนวรับของพวกเขาเร็วกันมากมายๆแล้วก็อันตรายสุดๆถ้าหากวันนี้พวกเราแพ้แล้วล่ะก็ พวกเราก็แทบหมดลุ้นแชมป์เลย มันจะเป็นงานที่ยากมากมาย แม้กระนั้นในช่วงเวลานี้พวกเราตามหลังพวกเขาเหลือเพียง 4 แต้มแล้ว ส่วนพวกเขาก็เป็นผู้นำฝูง พวกเราจำเป็นต้องสู้กันเต็มกำลังอีกมาก แต่ว่าความมีชัยคราวนี้มันก็ทำให้พวกเรามีความเชื่อมั่นมากขึ้นมากมายอย่างยิ่งจริงๆ”

“วันนี้ทุกคนเล่นได้ดี วันนี้พวกเราไม่มีแบ็กซ้ายตามธรรมชาติให้ใช้งาน และก็มันก็จำต้องดู เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ที่จัดการกับกองหน้าพวกนี้เจริญ พวกเราปรารถนาให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ โชว์ฟอร์มให้ดีในเกมอย่างนี้ ประสิทธิภาพของเขามันสร้างความต่างได้ เขาช่วยทำให้พวกเราชนะในเกมแบบงี้มาตลอดอาชีพการค้าขายหน้าแข้งของเขา รวมทั้งการจบสกอร์ของเขาก็ยอดเยี่ยมมากๆ” กวาร์ดิโอล่า ระบุ

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

ส.บอลแจงบัญชีมอบเงินหนุนสโมสรสมาชิก ฤดูกาล 2018

สมาคมฟุตบอลฯ เผยบัญชีการจ่ายเงินตลอดปี 2018 ให้กับสโมสร สมาชิกทั้งในระดับ ลีกสูงสุดจนถึงลีกสมัครเล่น


สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการจ่ายเงินสนับสนุนสโมสรสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้มีการมอบเงินสนับสนุนให้กับสโมสร สมาชิกมาอย่างต่อเนื่องรวมเป็นจำนวนเงิน 555,690,000 บาท

โดยจำแนกเป็นหัวข้อดังนี้

1. เป็นเงินสนับสนุน แบบให้เปล่า ประจำปี 2561 จำนวน 481 ล้านบาท

โดยจำแนกออกเป็นดังนี้

1.1 ไทยลีก 1 จำนวนรวม 360 ล้านบาท แบ่งเป็น 18 ทีม ทีมละ 20 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 5 ล้านบาท

1.2 ไทยลีก 2 จำนวน รวม 45,000,000 บาท แบ่งเป็น 15 ทีม ทีมละ 3 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 750,000 บาท

1.3 ไทยลีก 3 โซนบน จำนวน รวม 14 ล้านบาท แบ่งเป็น 14 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.4 ไทยลีก 3 โซนล่าง จำนวนรวม 14 ล้านบาท แบ่งเป็น 14 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.5 ไทยลีก 4 (ภาคเหนือ) จำนวนรวม 6 ล้านบาท แบ่งเป็น 6 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.6 ไทยลีก 4 (ภาคใต้) จำนวนรวม 7 ล้านบาท แบ่งเป็น 7 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.7 ไทยลีก 4 (ภาคตะวันออก) จำนวนรวม 7 ล้านบาท แบ่งเป็น 7 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.8 ไทยลีก 4 (ภาคตะวันตก) จำนวนรวม 8 ล้านบาท แบ่งเป็น 8 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.9 ไทยลีก 4 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวนรวม 11 ล้านบาท แบ่งเป็น 11 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

1.10 ไทยลีก 4 (กรุงเทพฯและปริมณฑล) จำนวนรวม 9 ล้านบาท แบ่งเป็น 9 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 250,000 บาท

โดยเงินทั้ง 10 รายการจะมีการแบ่งชำระ 4 งวด ดังนี้

  • งวดแรก เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
  • งวดที่สอง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561
  • งวดที่สาม เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561
  • งวดที่สี่ เดือนกุมภาพันธ์ 2562

2. เป็นเงินสนับสนุนค่าเดินทางแบบให้เปล่า ประจำปี 2561 จำนวน 27,140,000 บาท

2.1 ไทยลีก 3 (โซนบน) จำนวนรวม 8,740,000 บาท

2.2 ไทยลีก 3 (โซนล่าง) จำนวนรวม 8,980,000 บาท

2.3 ไทยลีก 4 (โซนภาคเหนือ) จำนวนรวม 1,080,000 บาท

2.4 ไทยลีก 4 (โซนภาคใต้) จำนวนรวม 1,400,000 บาท

2.5 ไทยลีก 4 (โซนภาคตะวันออก) จำนวนรวม 1,390,000 บาท

2.6 ไทยลีก 4 (โซนภาคตะวันตก) จำนวนรวม 1,376,000 บาท

2.7 ไทยลีก 4 (โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวนรวม 2,380,000 บาท

2.8 ไทยลีก 4 (กรุงเทพฯและปริมณฑล) จำนวนรวม 1,794,000 บาท

โดยเงินทั้ง 8 รายการจะมีการแบ่งชำระ 3 งวด ดังนี้

  • งวดแรก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561
  • งวดที่สอง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561
  • งวดที่สาม เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561

3. เป็นเงินรางวัลและต่าเดินทาง การแข่งขันฟุตบอล รายการ โตโยต้า ลีก คัพ 2018 จำนวน 10,100,000 บาท

3.1 รอบคัดเลือก 31 ทีม รวมเป็นเงิน 1,800,000 บาท

3.2 รอบเพลย์ออฟ 14 ทีม รวมเป็นเงิน 700,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

3.3 รอบ 32 ทีม = 16 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

3.4 รอบ 16 ทีม = 8 ทีม รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

3.5 รอบ 8 ทีม = 4 ทีม รวมเป็นเงิน 200,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

3.6 รอบรองชนะเลิศ = 4 ทีม รวมเป็นเงิน 200,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

3.7 รอบชิงชนะเลิศ = 2 ทีม รวมเป็นเงิน 6,000,000 บาท

  • ทีมชนะเลิศ = 5,000,000 บาท
  • ทีมรองชนะเลิศ 1,000,000 บาท

*โดยเงินทั้งหมดจะดำเนินการจ่ายให้สโมสรฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562


4. เป็นเงินรางวัล การแข่งขันฟุตบอล รายการ ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2018 จำนวน 10,000,000 บาท

4.1 ตกรอบ 64 ทีม = 32 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 25,000 บาท

4.2 ตกรอบ 32 ทีม = 16 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 50,000 บาท

4.3 ตกรอบ 16 ทีม = 8 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 100,000 บาท

4.4 ตกรอบ 8 ทีม = 4 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 200,000 บาท

4.5 ตกรอบรองชนะเลิศ = 2 ทีม รวมเป็นเงิน 800,000 บาท ทีมละ 400,000 บาท

4.6 ทีมรองชนะเลิศ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท

4.7 ทีมชนะเลิศ รับเงินรางวัล 5,000,000 บาท

*โดยเงินทั้งหมดจะดำเนินการจ่ายให้สโมสรฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562


5. เป็นเงินรางวัล การแข่งขันฟุตบอล รายการ โตโยต้า ไทยลีก 2018 จำนวน 17,500,000 บาท

5.1 ทีมอันดับ 1 รับเงินรางวัล 10,000,000 บาท

5.2 ทีมอันดับ 2 รับเงินรางวัล 3,000,000 บาท

5.3 ทีมอันดับ 3 รับเงินรางวัล 1,500,000 บาท

5.4 ทีมอันดับ 4 รับเงินรางวัล 800,000 บาท

5.5 ทีมอันดับ 5 รับเงินรางวัล 700,000 บาท

5.6 ทีมอันดับ 6 รับเงินรางวัล 600,000 บาท

5.7 ทีมอันดับ 7 รับเงินรางวัล 500,000 บาท

5.8 ทีมอันดับ 8 รับเงินรางวัล 400,000 บาท

*โดยเงินทั้งหมดจะดำเนินการจ่ายให้สโมสรฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562


6. เป็นเงินรางวัล การแข่งขันฟุตบอล รายการ M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2018 จำนวน 9,950,000 บาท

6.1 ทีมอันดับ 1 รับเงินรางวัล 5,000,000 บาท

6.2 ทีมอันดับ 2 รับเงินรางวัล 3,000,000 บาท

6.3 ทีมอันดับ 3 รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท

6.4 ทีมอันดับ 4 รับเงินรางวัล 500,000 บาท

6.5 ทีมอันดับ 5 รับเงินรางวัล 300,000 บาท

6.6 ทีมอันดับ 6 รับเงินรางวัล 100,000 บาท

6.7 ทีมอันดับ 7 รับเงินรางวัล 50,000 บาท

*โดยเงินทั้งหมดจะดำเนินการจ่ายให้สโมสรฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562


โดยในฤดูกาลต่อไปทาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด จะยังคงรูปแบบการมอบเงินเหมือนกับปี 2561 ที่ผ่านมา ที่จะมีการชำระเงินงวดแรก ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์, งวดที่สองในช่วงเดือน กรกฎาคม, งวดที่สามในช่วงเดือน ตุลาคม และ งวดที่สี่ ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ปีถัดไป

โดยสาเหตุที่ต้องแยกการมอบเงินเป็นสี่ช่วงเพื่อไม่ให้มีสโมสรสมาชิกทำผิดกฏเรื่องการเงินเช่นการค้างจ่ายเงินเดือนนักกีฬา หรือ ผู้ฝึกสอน

Powered by UFABET

รวมแข้งไทยลีกที่เคยเล่นทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่มาแล้ว


ดีกรีไม่ธรรมดา

ไมค์ ฮาร์ฟนาร์ คือแข้งดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นรายล่าสุดที่ย้ายมาเล่นในไทยลีก


ซึ่งก่อนหน้าเคยมีนักเตะสัญชาติญี่ปุ่นที่เคยลงเล่นให้ทัพซามูไรบลู ชุดใหญ่ย้ายมาสร้างสีสัน และความสำเร็จในลีกแดนสยามมาแล้ว จะมีใครกันบ้าง และผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไรติดตามได้ที่นี

โนริฮิโนะ นิชิ

ครั้งหนึ่งสโมสรเพื่อนตำรวจก็เคยมีนักเตะที่ผ่านการลงเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่นมาแล้วเช่นกัน และเขาคนนั้นคือ โนริฮิโระ นิชิ

นิชิ เริ่มค้าแข้งกับ จูบิโล อิวาตะ ซึ่งเพียงซีซั่นแรกบนวัย 19 ปี เขายิงได้ถึง 4 ประตูจาก 13 เกมที่ได้ลงเล่นก่อนที่ต่อมาจะทำผลงานได้สม่ำเสมอ และทำให้ถูกเรียกติดทีมชาติญี่ปุ่นชุดสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยได้เล่นร่วมกับยอดแข้งอย่าง ชุนซูเกะ นากามูระ และ ฮิเดโตชิ นากาตะ สองตำนานทัพซามูไรที่อยู่ในทีมชุดนั้นด้วย

ทว่าน่าเสียดายด้วยความที่เวลานั้นญี่ปุ่นเต็มไปด้วยยอดมิดฟิลด์มากมายทำให้เขาไม่ได้ลงสนามแม้แต่เกมเดียว ทว่าต่อมาเขายังคงมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ลุยรายการเอเชียน คัพ 2004 รวมแล้ว นิชิ เคยสวมชุดซามูไรบลูทั้งสิ้น 5 นัดก่อนจะค่อยๆหลุดจากสารบบทีมชาติในเวลาต่อมา

ขณะที่ผลงานในไทยลีกเขาย้ายมาอยู่กับเพื่อนตำรวจในปี 2014 โดยลงสนามทั้งสิ้น 17 นัด และยิงไป 2 ประตู


ฮาจิเมะ โฮโซไก

เขาคือนักเตะที่แฟนบอลไทยอยากเห็นฝีเท้าในศึกโตโยต้า ไทยลีก มากที่สุด

โฮโซไก พกโปรไฟล์หรูหรากับการโยกค้าแข้งในแดนสยามหลังก่อนหน้านี้เขาผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาอย่างโชกโชนเขาเริ่มค้าแข้งกับ อุราวะ เรดส์ ในปี 2005 ก่อนจะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตบินค้าแข้งไกลถึงบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมันกับสโมสรเอาก์สบวกรวมถึง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน, แฮร์ธา เบอร์ลิน และสตุ๊ตการ์ต ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านเกิดอีกครั้งเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมากับ คาชิวา เรย์โซล

ส่วนผลงานในทีมชาติเขาเขาประเดิมเกมแรกกับทัพซามูไรบลูในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะ อุรุกกวัย ไป 1-0 ก่อนจะมีชื่อติดทีมเรื่อยมารวมแล้วเขาลงสนามไป 30 นัด ยิง 1 ประตู และเคยผ่านทัวร์นาเม้นสำคัญทั้ง เวิล์ด คัพ, เอเชียน คัพ และคอนเฟดเดเรชั่น คัพ ก่อนล่าสุดจะกลายเป็นนักเตะป้ายแดงที่จะมาช่วย “ปราสาทสายฟ้า” ป้องกันแชมป์ลีกในฤดูกาลหน้า


เทรุยูกิ โมนิวะ

การย้ายมาเล่นให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี สร้างความเซอร์ไพรส์ และเกิดคำถามมากมายว่าเหตุใดเขาจึงย้ายมาเล่นในไทยลีก เพราะในเวลานั้นเขามีดีกรีเป็นถึงกองหลังทีมชาติญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2003 ญี่ปุ่น ต้องยกพลบุกไปเยือน ตูนิเซีย นั่นคือเกมแรกที่เขาได้ลงรับใช้ชาติ โดยออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก ก่อนจะมีส่วนช่วยทีมเอาชนะไป 1-0 หลังจากนั้นเขายังได้มีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศเยอรมันเมื่อปี 2006 รวมถึงรายการใหญ่อย่างเอเชียน คัพ ก่อนจะหลุดออกจากสารบบทีมชาติในเวลาต่อมา โดย โมนิวะ ลงรับใช้ซามูไรบลูทั้งสิ้น 9 นัด ยิง 1 ประตู

ซึ่งด้วยโปรไฟล์ระดับนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะกลายเป็นดีลสุดเซอร์ไพรส์เมื่อเขาย้ายมาเล่นกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในปี 2014 ที่สำคัญเขาตอบแทนความไว้ใจของสโมสรได้ยอดเยี่ยมเมื่อเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่พา “กระต่ายแก้ว” คว้าแชมป์มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จในปีดังกล่าว และแม้จะอยู่กับทีมเพียงปีเดียว แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่เขาเคยสร้างไว้กับสโมสรแห่งนี้


ไดกิ อิวามาสะ

การย้ายมาเล่นในเมืองไทยของเขาถือเป็นบิ๊กดีลที่น่าสนใจเนื่องจากเขาประสบความสำเร็จในการเล่นที่บ้านเกิด และเคยติดทีมชาติญี่ปุ่นมาแล้ว

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ไดกิ อิวามาสะ ได้รับโอกาสแรกในทีมชาติในเกมที่ญี่ปุ่นลงอุ่นเครื่องกับชนะ สกอตต์แลนด์ 2-0 เมื่อปี 2009 ซึ่งเวลานั้นเขาอายุ 27 ปี ก่อนที่ต่อมาจะมีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลชุดเอเชียน คัพ 2011 ซึ่งรวมแล้วเขารับใช้ซามูไรบลูไปทั้งสิ้น 8 นัด

ในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้งเขาย้ายมาหาความท้าทายในลีกเมืองไทย โดย บีอีซี เทโรศาสน จัดการคว้าตัวเขามาประจำการแนวรับ ซึ่งช่วงแรกเขาไม่ได้รับการยอมรับจากคนในทีมมากนักเนื่องจากเป็นคนที่จริงจัง และเจ้าระเบียบ ทว่าหลังจากนั้นด้วยความยอดเยี่ยมที่เขาแสดงออกมาในสนามทำให้ทุกคนต่างเริ่มยอมรับในตัวยอดแข้งชาวญี่ปุ่นผู้นี้

ท้ายที่สุด อิวามาสะ กลายเป็นผู้บัญชาเกมรับสุดแกร่งที่ทำให้ “มังกรไฟ” กลับมาคืนชีพได้อีกครั้งเมื่อเขาสามารถพาทีมผ่านเข้าชิงศึกโตโยต้าลีก คัพ 2014 กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเวลานั้นไม่มีใครคิดว่าเขา และทีมจะทำได้เพราะสภาพทีมค่อนข้างเป็นรอง ทว่า อิวามาสะ คือผู้ที่พา เทโรฯ ออกนำ “ปราสาทสายฟ้า” ไปก่อน ก่อนที่ต่อมา จอร์จี้ เวลคัม จะโขกปิดท้ายพา “มังกรไฟ” ฉลองแชมป์แรกในรอบ 12 ปีได้อย่างยิ่งใหญ่

ที่สำคัญ ไดกิ อิวามาสะ ถูกยกให้เป็นแข้งระดับตำนานที่แฟนบอลไม่มีวันลืม และเป็นนักเตะญี่ปุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่ทีมเคยมีมา


ไมค์ ฮาร์ฟนาร์

เขาคือนักเตะดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นที่เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019

ก่อนหน้านี้หัวหอกวัย 31 ปี เขาผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาแล้วมากมายที้ง อวิสปา ฟูกุโอกะ, โยโกฮามา เอฟ มารินอส, สากัน โทสุ, วอเรนท์ โกฟุ ก่อนที่จะโยกไปค้าแข้งต่างแดนไกลถึงยุโรปทั้ง วิเทส อาเน่ม, กอร์โดบา, เดน ฮาก หลังจากนั้นย้ายกลับมาอยู่กับ วิสเซล โกเบ ในฤดูกาล 2017

ปีที่ผ่านมาเขาได้เล่นร่วมกับ ธีราทร บุญมาทัน ในเลกแรกก่อนที่เลกสองถูกปบล่อยให้ เวลกัลตะ เซนได ยืมตัวไปใช้งาน และล่าสุดเพิ่งถูก แบงค็อก ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมทัพ และถือเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เล่นในเวทีลูกหนังแดนสยามที่สำคัญถือเป็นนักเตะที่โปรไฟล์หรูคนหนึ่งในตลาดซื้อขายครั้งนี้เลยทีเดียว

เขาเคยลงเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่มาแล้วถึง 18 นัด และยิงไป 4 ประตู โดยเกมแรกที่เขาได้ประเดิมสนามในนามทีมชาติญี่ปุ่นเกิดขึ้นในปี 2011 ของศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชียที่ขุนพลซามูไรเอาชนะทีมชาติเกาหลีเหนือไปได้ 1-0

แต่ผลงานกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด จะสมกับที่เคยผ่านดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นมาหรือไม่คงต้องลุ้นในซีซั่นหน้า


Powered by UFABET

มูรินโญ่สั่งซ้อมหนักช่วงเย็นรับคริสต์มาส

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ระบุ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด สั่งให้นักฟุตบอลมาฝึกซ้อมตอนค่ำของวันคริสต์มาส

เว็บ UFABET โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ผู้ร่วมทีมของเขามาฝึกซ้อมในตอนเวลาเย็นของวันอังคารที่ 25 เดือนธันวาคมนี้

ซึ่งตรงกับช่วงคริสต์มาส ทำเอาแผนของเหล่านักฟุตบอลที่หวังจะได้สังสรรค์กับคู่รักจำต้องล่มลงโดยทันที ทั้งๆที่บรรดานักฟุตบอลหวังว่าจะได้อยู่กับผู้ที่พวกเขารัก ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

ย้อนไปในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนฯ ยูไนเต็ด ชอบรวมตัวกันฝึกในตอนเช้าวันที่ 25 เดือนธันวาคมของทุกปี ก่อนที่จะจากนั้นทั้งนักฟุตบอลรวมทั้งสตาฟฟ์จะได้ไปสังสรรค์เทศกาลแห่งความสุขพร้อมด้วยครอบครัวในช่วงเวลาเย็น

อย่างไรก็แล้วแต่ ปัจจุบัน มูรินโญ่ ออกประกาศิตว่านักเตะทุกคนจำเป็นต้องมาฝึกซ้อมอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 25 เดือนธันวาคม นี้ และก็พอฝึกซ้อมเสร็จแล้วนั้น พวกเขาก็จะต้องไปยัง ลอว์รี่ โรงแรมซึ่งเป็นบ้านพักของทีมต่อในทันที โดยที่เหล่าลำแข้ง “ปีศาจแดง” จำเป็นจะต้องอยู่ตรงนั้นตลอดคืนด้วย

ศูนย์ข่าวนิรนามเปิดเผยว่า “ยุคที่ เซอร์ อเล็กซ์ คุมกลุ่มน่ะ บรรดานักฟุตบอลชอบมาฝึกกันในเช้าตรู่ของวันคริสต์มาส แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็จะได้กลับไปที่บ้านเพื่อใช้เวลาร่วมกับครอบครัว และก็กินมื้อค่ำร่วมกันอย่างร่าเริง แต่ว่าปีนี้พวกเขาอาจมิได้รื้นเริงกันเท่าใดนัก พวกเขาอาจจะได้รับประทานพาสต้าก่อนลงฝึก แล้วต่อจากนั้นก็จำต้องอยู่ด้านในห้องพักที่ ลอว์รี่ แบบเหงาในวันคริสต์มาส”

ถ้า มูรินโญ่ ออกมาตรการอย่างนั้นออกมาจริงๆมันก็อาจจะส่งผลให้นักฟุตบอลบางบุคคลโกรธอย่างมากได้ โดยที่แท้ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวโปรตุกีสก็เคยต้องการให้กลุ่มลงฝึกในเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ฤดูแรกของเขากับทีมแล้ว แต่ว่าในขณะนั้นทำไม่ได้เพราะติดปัญหาเกี่ยวกับสตาฟฟ์ ขณะที่แม้แต่ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ว่ากันว่าเคร่งครัดมากๆนั้น ยังให้นักฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ในสมัยของเขาได้พักในวันคริสต์มาสเลย

สำหรับตัว มูรินโญ่ เองนั้น จะบินไปที่ประเทศโปรตุเกสในวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค.นี้ เพื่อสังสรรค์วันคริสต์มาสล่วงหน้ากับครอบครัว แล้วจากนั้นก็จะนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกลับมาคุมทีมฝึกในวันคริสต์มาส

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล

เบื้องหลังปรากฎการณ์ของทีมนอกลีก “แฮชแท็ก ยูไนเต็ด”

สโมสรแห่งนี้ได้สร้างกลุ่มแฟนบอลจากทั่วโลกไปแล้ว ในตอนนี้พวกเขากำลังหาทางมองขึ้นไปบนยอดที่สูงที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ UFABET จะพาทุกท่านไปรู้จัก สเปนเซอร์ โอเว่น, ทุกซอกทุกมุมของทีม, รวมถึงแฟนๆ ของพวกเขาด้วย

เจมส์ แฮร์ริ่งตันและลูกชายทั้งสาม จอร์จ, เจค และชาร์ลี ได้ใช้เวลา 90 นาทีในการเดินทางจากวิมเบิลดัน ไปท็อตแน่ม เพื่อชมเกมการแข่งขันจากสโมสรนอกลีก แม้ว่าตัวเจมส์เองจะไม่แน่ใจว่าทำไมลูกๆ พวกเขาถึงสนใจทีมนี้นัก แต่หลังจากชมเกม เขาบอกกับ UFABET ว่า “หัวผมไม่สามารถประมวลผมได้เลย พวกเขาเล่นได้น่าตื่นเต้นกว่าอาร์เซน่อลตอนนี้ซะอีก”

รังเหย้าใหม่ของสเปอร์สอยู่ห่างออกไปแค่ถนนเส้นเดียว แต่ทีมนี้อยู่ห่างเป็นล้านๆ ไมล์จากพรีเมียร์ลีก ในวันอังคาร เวลา 5 โมง 15 นาที พวกเขาเดินทางมาสนามด้วยรถตู้ธรรมดาประตูเดียว ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีแฟนบอลเพียงแค่หยิบมือ แต่มีแฟนบอลเป็นหมื่นๆ คนที่คอยติดผลการแข่งขันและไฮไลท์บนยูทูปในวันต่อมา

ณ เวลา 19.45 น. แฮ็ชแท็ก ยูไนเต็ด จะเล่นในบ้านพบกับแฮร์ริงเกย์ โบโร่ ณ สนาม โคล ปาร์คที่ความจุ 2,500 ที่นั่ง และนี่เป็นแค่เกมที่สองในประวัติศาสตร์ของทีม ซึ่งเกมแรกพบกับแฮ็กนีย์ วิก สโมสรจากอีสเธิร์น คันทรี่ ลีก ดิวิชั่นหนึ่งทางตอนใต้ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินเลย นั้นเป็นเพราะว่าเมื่อ 2-3 เดือนก่อน พวกเขาลงเตะกระชับมิตรกับทีมอย่าง กูเกิ้ล, โคปา90 และแข่งขันในรูปแบบลีกของตัวเองบนยูทูปเท่านั้น

คนต้นคิดของสโมสรนี้คือ สเปนเซอร์ โอเว่น ดาวดังจากยูทูปวัย 29 ปี โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้วเขาเริ่มสร้างคอนเทนต์วิดีโอในห้องนอนของตัวเอง ขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ก่อนจะสร้างช่องฟุตบอลเป็นของตนเอง สเปนเซอร์ เอฟซี ในปี 2013 ต่อมาอีก 3 ปี เขามีผู้ติดตามในช่องมากว่า 1 ล้านคนและในปี 2016 เขาก็สร้าง แฮ็ชแท็ก ยูไนเต็ด ขึ้นมา 11 ผู้เล่นที่เป็นเพื่อนของเขาเอง โดยที่ตัวสเปนเซอร์จะถ่ายและตัดต่อเกมทั้งหมดให้กลายเป็นไฮไลท์สั้นๆ ดังนั้นคนธรรมดาก็สามารถสนุกกับการดูคนธรรมดาเล่นฟุตบอลได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แทนที่พวกเขาจะลงเล่นในลีกปกติ โอเว่นตัดสินใจว่าพวกเขาควรแข่งขันในลีกในฝันที่สร้างขึ้นมาจากเกมฟีฟ่า มี 10 เกมต่อฤดูกาล โดยจะพบกับทีมที่มีรูปแบบคล้ายๆ กัน เช่น ทีมในซันเดย์ ลีก หรือทีมสตาฟฟ์จากสโมสรชื่อดัง ตอนแรกเพื่อนๆ ของโอเว่นมองว่าเขาบ้า แต่นั่นก็สร้างผู้ติดตามจากออนไลน์ได้มากเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ชมวัยรุ่น ผู้ที่สนใจความหลากหลายของเกม และบรรยากาศต่างๆในห้องแต่งตัว


ผู้คนให้ความสนใจ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 2-3 ปีต่อมา แฮ็ชแท็กได้ลงเล่นเกมไม่เป็นทางการไป 60 นัดแล้วจาก 7 ประเทศ, ขายตั๋ว 34,000 ใบในเกมการกุศลที่เวมบลีย์ได้ ซึ่งพวกเขาถล่มเทกเกอร์ ทาว์นไปได้ ซึ่งทั้งสองทีมต่างมีซุปตาร์จากยูทูปมากมาย รวมถึงอดีตแข้งดังอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และวิลเลี่ยม กัลลาส อยู่ในทีมด้วย และนั่นช่วยเพิ่มยอดผู้ติดตามมากว่า 400,000 คนในช่องยูทูปของพวกเขา

สื่อโซเชียลมีเดียของพวกเขาก็มียอดคนฟอลโลว์มากกว่าทีมอื่นๆ และด้วยผู้ชมที่มากมายมหาศาลทางออนไลน์ช่วยดึงดูดความสนใจจากแบรนด์ค่ายใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น อดิดาส หรือ ฟุตบอล เมเนเจอร์ และได้กลายเป็นผู้ผลิตและเป็นสปอนเซอร์ให้กับชุดของพวกเขาใน 3 ฤดูกาลข้างหน้า และ โคคา-โคล่า ก็เป็นคนออกทุนให้ทีมในการทัวร์ที่อเมริกาเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้เสื้อทีมแฮ็ชแท็กยังปรากฏอยู่เกมฟีฟ่า 19 ด้วย

หลังจากครองอำนาจในยูทูปได้ ความฝันล่าสุดของโอเว่นคือทำให้ทีมแฮ็ชแท็กขึ้นกลายเป็นทีมนอกลีกให้ได้ “นี่ทำให้เรามีโอกาสทำตามฝันที่ยิ่งใหญ่ได้” เขาบอก UFABET “เราไม่อยากจะเป็นแค่เรื่องทั่วไปที่คนพูดว่า ‘นายจำทีมในสื่อโซเชียลเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วได้มั้ย? ฉันสงสัยจังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?’ เราตั้งใจที่จะอยู่ต่อไปให้นานที่สุด และเป็นทีมนอกลีกที่มั่งคงบนยูทูป, เราจะทำอะไรกับมันก็ได้ เพราะเราสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ แต่ตอนนี้เราเป็นปลาตัวเล็กๆ ในบ่อใหญ่ และเราจะกลายเป็นตัวประหลาดในฟุตบอลอังกฤษแน่นอน”

ในเดือนพฤษภาคม เขาประกาศกับผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคนของเขาว่า สโมสรจะลงเตะในอีสเธิร์น ซีเนียร์ ลีก หลังจากได้รับการยอมรับจาก สปาร์ต้า เซาธ์ มิดแลนด์ส ในดิวิชั่น 1 ซึ่งอยู่ห่างออกไป 100 ไมล์จากเอสเซก แต่สโมสรต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านจากคู่แข่งที่อ้างว่า เป็นเพราะการมาของพวกเขาทำให้ทีมอื่นต้องออกจากลีกไป

“เราเข้าไปอยู่ผิดลีก, ซึ่งหมายถึงจะต้องมีอีกทีมที่ตกชั้น แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ” โอเว่นกล่าว “ตอนนี้เราอยู่ในลีกที่เหมาะสมแล้วและเราก็เป็น 1 ใน 11 ทีมที่กำลังเข้าไปอยู่ในโครงสร้างใหม่ของลีก”

คำวิจารณ์ต่างๆ ก็มาจากพวกขวาจัดด้วย ผู้ที่นำความก้าวหน้าของพวกเขาไปเปรียบเทียบกับบิลเลอริเคย์ และซัลฟอร์ด สโมสรที่มีทุนจำกัดและก็เลื่อนชั้นขึ้นไปอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้

“เราต้องการประสบความสำเร็จนะ แต่ความทะเยอทะยานของเราไม่ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์ลีกภายใน 10 ปีหรอก” โอเว่นกล่าวเสริม “หลายสโมสรในระดับนี้ไม่ได้มีรูปแบบธุรกิจที่มั่นคงและต้องอาศัยคนดูแลทีม บ้างก็ทำได้ดี บ้างก็เอาเงินไปเททิ้งเปล่าๆ เราไม่อยากเป็นแบบนั้น ถ้าเราอยู่ต่อไปอีก 5 ปีได้และมีกำไรซักหน่อย ผมคิดว่าเราก็ประสบความสำเร็จแล้วนะ”


เงินทุกบาทในสโมสร

แม้ว่าแฮ็ชแท็กจะมีรายได้จากแบ็คอัพรายใหญ่และมีตัวเลขสูงถึง 6 หลัก โอเว่นรีบบอกเราทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เงินทุกบาททุกสตางค์เข้าสู่สโมสรหมด” เขาบอกว่า “ผู้จัดการทีมได้รับค่าชดเชย แต่เราไม่มีค่าตัวสำหรับลงเล่นเลย นักตะไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งเราใช้เงินมากกว่า 1,000 ปอนด์ในการถ่ายวีดีโอและตัดต่อคอนเทนต์ขึ้นมา ไม่มีทีมไหนคิดเรื่องนี้นำหน้าไปหรอก”

“เมื่อไม่มีผู้สนับสนุนด้านการเงินแล้ว เราคงไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เราต้องมั่นใจว่าเราจะทำคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณภาพออกมาแก่ผู้ชมออนไลน์ได้ เราพยายามรูปแบบอื่นๆ และวิธีในการดำเนินต่อไป โดยใช้คอนเทนต์เป็นอันดับแรก”

แนวทางปัจจุบันของพวกเขาในตอนนี้คือ ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับรูปแบบธุรกิจฟุตบอลดั้งเดิม โดยเพิ่มยอดวิวจากผู้ชมในยูทูปและรายได้จากการโฆษณา ในขณะที่การขายตั๋วกลับไม่ใช่ระบบการสร้างที่รายหลักของทีมนี้ ซึ่งโอเว่นก็รับรู้ถึงความท้าท้ายเหล่านี้ดี

“อย่างแรกคือ เราไม่คิดว่าการขายตั๋วจะกลายเป็นตัวสร้างรายได้ครั้งใหญ่สำหรับเรา” เขาเปิดเผยออกมา “เราหวังว่าเราจะเป็นหนึ่งในทีมที่สนับสนุนสิ่งต่างๆ ได้ดีในระดับนี้ แต่เราไม่เคยเล่นเกมแบบปกติมาก่อน ต่างจากพวกเขาที่ลงเล่นตลอดเสมอเกือบทุกสัปดาห์ และผู้ชมออนไลน์ก็มีอยู่ทั่วโลกเลย เราไม่ได้อยู่ในเขตไหนๆ ก็เลยไม่รู้ว่าแฟนบอลโผล่มาจริงๆกี่คนกันแน่ แต่เกมแรกของเรามียอดผู้ชมสูงที่สุดเป็นอันดับสามของเราในระดับนี้ ถือว่าเริ่มต้นได้ดีเลย”

คืนนี้ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการลงเล่นแข่งขันกับทีมต่างๆ ทั่วประเทศ และไม่มีทางที่ลูกๆของเจมส์ แฮร์ริ่งตัน จะพลาดชมเกมของพวกเขาเหล่านี้ ทั้ง 3 คนจะกลายเป็นเด็กเก็บบอลหลังจากที่ชนะการคัดเลือกในออนไลน์สำเร็จ และตื่นเต้นทันทีที่ได้เห็นผู้เล่นและสต๊าฟในทีมเป็นครั้งแรกตรงลานจอดรถด้วย

ในทีม แม่ของสเปนเซอร์ ซินดี้ ต้องคอยผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่ต่างๆ ส่วนพ่อของเขา สตีฟก็เป็นนักกายภาพของสโมสร ทั้งคู่ต่างลงมาทักทายเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง พวกเขามีลูกชายอีก 2 คน คือ เซบ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ของแฮ็ชแท็ก และแซนเดอร์ ผู้เป็นคนขับรถให้ทีมและเป็นแฟนบอลของทีมด้วย สำหรับซินดี้ นี่เป็นค่ำคืนที่น่าภูมิใจจริงๆ “ฉันบอกสเปนเซอร์ตลอดว่า เล่นเกมในยูทูปไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก แต่เขาก็พิสูจน์ว่าฉันคิดผิด” เธอบอกต่อ “ฉันดีใจที่พวกเขากลายเป็นคนที่พึ่งพาได้”

ขณะที่ผู้เล่นในทีมแฮ็ชแท็กต่างลอดอุโมงค์ทางเข้าสนามมา จอร์จ, เจค และชาร์ลี ก็ตกใจไปชั่วขณะหลังได้พบนักเตะที่ปกติพวกเขาจะเห็นแต่ในโน้ตบุ๊คเท่านั้น แต่พวกเขาไม่ใช่นักเตะค่าตัวแพงอะไรเลย ทั้ง 2 ทีมต่างเต็มไปด้วยยูทูปเบอร์ทั้งหลาย ขณะที่บางคนก็ยังทำงานอื่นๆ ปกติอยู่ด้วย

กัปตันแจ็ค แฮร์ริสันทำงานเกียวกับประกัน และหัวหอกอย่าง ไรอัน อดัมส์ ก็เป็นช่างไม้ ในทีมยังมีอาจารย์และทนายความอยู่ด้วย “เราไม่ใช่ทีมที่เก่งกาจอะไร เราก็แค่คนกลุ่มนึงที่รักการเล่นฟุตบอลเท่านั้นเอง” โอเว่นพูดเสริม


ทีมผลิตคอนเทนต์

กิจวัตรในวันแข่งขันของพวกเขาไม่เหมือนกับทีมนอกลีกอื่นๆ ทั่วไป นับตั้งแต่มาถึง ทีมคอนเทนต์ 6 คนของแฮ็ชแท็กก็ทำงานทันที ทั้งจับภาพทุกเหตุการณ์เพื่อแฟนบอลออนไลน์ โดยมีเนล สมิธ เป็นหัวหน้าผู้กำกับ เคยใช้เวลา 8 ปีกับ ซอคเกอร์ เอเอ็ม ก่อนย้ายไปทำงานกับโคปา 90 , ช่องแฟนปีศาจแดงอย่าง ฟูลไทม์ เดวิลส์ และอื่นๆ อีกมากมาย ก่อนจะได้มาดูแลผลงานของสโมสรนี้ในปัจจุบัน

“เราต้องทำในสิ่งที่แตกต่างกับลีกฟุตบอลระดับ 10 นี้” เขากล่าว “คนเหล่านั้นไม่ได้ดูทักษะต่างๆ ของนักเตะในทีมหรอก แต่สเปนเซอร์และทีมของเขาสามารถเข้าถึงได้ พวกเขาดูเราอย่างใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์ไปพร้อมกับเรา เรามอบประสบการณ์ที่เขาสามารถเกี่ยวข้องได้ คุณเคารพในตัวเซร์จิโอ้ อเกวโร่ และลิโอเนล เมสซี่ แต่คุณจะไม่มีทางได้รู้จักหรือได้ลายเซ็นพวกเขาง่ายๆ แน่นอน”

ต่างจากไฮไลท์ทั่วไป แฮ็ชแท็กได้นำเสนอภาพก่อนแข่งและหลังแข่ง, ผู้เล่นในทีมที่อยู่บนรถขณะเดินทาง รวมถึงคลิปในห้องแต่งตัวและแอ็คชั่นต่างๆ ภายในเกม นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้รับความนิยมจากคนดูรุ่นเยาว์

“ลูกๆ ผมไม่ดูเกมฟุตบอลตลอด 90 นาทีแล้ว” แฮร์ริ่งตันยอมรับ “ถ้าอาร์เซนอลอยู่ในโทรทัศน์ พวกเขาจะดูแค่ 20 นาที และหันไปเล่นไอแพดไม่ก็สมาร์ทโฟนแทน เด็กๆ ในยุคนี้ต้องการจะเห็นแค่การทำประตู, การแอสซิสต์ และทักษะต่างๆ มากกว่าชมเกมทั้งเกมแล้ว และพวกเขายังติดตามนักเตะรายคนมากกว่าติดตามทั้งทีมซะอีก”

ด้วยรูปแบบนั้น ช่วยให้สมิธและทีมของเราสามารถเล่าเรื่องราวได้อย่างแปลกใหม่ไม่เหมือนใครในแฮ็ชแท็ก และ UFABET ก็พบว่าหนึ่งในพวกเขาก็เซลฟี่ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นในสนามด้วย

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จาเมล อาคีม ตัดสินใจผันตัวเป็นยูทูปเบอร์เต็มตัว และหลังจากประสบความสำเร็จจากช่องของตัวเอง จาเมลวันไฟว์ แล้ว ก็เข้ามาร่วมแฮ็ชแท็กได้ โดยการคว้าอันดับสามจากการทดสอบฝีเท้า “ผมอยู่ในบริสตอลและใช้เวลา 3 ชั่วโมงนั่งรถเมล์เพื่อมาที่นี่” ชายวัย 26 ปี เผย “ผมมีลูกสาวอายุ 5 ขวบ ดังนั้นผมอาจจะไม่ได้เล่นทุกสัปดาห์หรอก แต่ก็อยากเล่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”

เหตุผลที่เขาทำแบบนั้น นอกเหนือจากความรักในเกมลูกหนังแล้ว การเข้ามาเป็นผู้เล่นในทีมแฮ็ชแท็กจะช่วยให้คุณได้ผู้ติดตามใหม่ในอินสตราแกรมและยูทูป มากกว่า 20,000 คนเลย และตัวเลขเหล่านี้ก็นำไปสู่แบรนด์ดังต่างๆ มากมาย ทั้งนิว บาลานซ์, อีเอ สปอร์ต หรือ เฮลท์สแปน เป็นต้น

แต่ในขณะเดียวกันที่ชื่อเสียงออนไลน์และชีวิตของอาคีมดีมากๆ แต่กัปตันทีมอย่างแฮร์ริงตันก็ได้รับความนิยมมากกว่าเขาอยู่ดี “ผมเป็นคนทำงานประกันวัย 33 ปีเท่านั้นเอง” เขาหัวเราะเบาๆ “หลังจากจบเกม แฟนๆ จะเข้ามาขอลายเซ็นและถ่ายรูปด้วย มันบ้ามากๆ เลย”


ความเสี่ยงบนชื่อเสียง

นี่ถือเป็นโลกใหม่ของ เจย์ แดร์เวอรู ผู้ที่ได้เป็นกุนซือคนแรกของทีมในซัมเมอร์นี้ หลังจากทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมกับ เธอร์ร็อค ยูไนเต็ด ทีมเนชั่นแนล ลีก ตอนใต้ของอังกฤษ “ผมมีชื่อเสียงอยู่บนความเสี่ยงเพราะผมอยู่หน้ากล้องเสมอและไมโครโฟนก็อยู่ด้วยเช่นกัน” เขายอมรับออกมา “แต่พวกเขาในทีมเป็นมืออาชีพมากเลย เกือบลืมไปว่าเขาอยู่ระดับนี้เลย และเรายังพูดกับนักเตะทุกคนเท่าที่จะทำได้ หากผมไม่ถูกถ่ายอยู่อ่ะนะ”

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีการถ่ายช่วงพูดคุยในทีมบ่อยครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าทีคอนเทนต์จะได้มุมที่สมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้ทีมดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำตามบทร่างต่อไป

“คอนเทนต์ต้องมาก่อน ทุกอย่างต้องรอให้กล้องพร้อม” สมิธพูดขึ้นมาอีกครั้ง “แต่เราบอกกับเจย์ไปว่าเมื่อคุณพร้อมแล้ว นั่นหมายถึงเขากับทีมต้องมาเป็นอันดับแรก ถ้าตากล้องไม่พร้อมถ่ายช่วงพูดคุยทีมก่อนเกม นั่นเป็นความผิดของเราเอง”

แดร์เวอรูวางแผนไปแล้วว่าจะพักเรื่องลูกหนัง และหันไปให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นในเดือนเมษายน แต่เขาก็กลับมาอีกครั้งหลังจากไปพูดคุยกับโอเว่น ผู้ที่เขารู้จักดีตั้งแต่ถ่ายวีดีโอเกมฟุตบอลนอกลีกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว “ผมชอบความคิดของเขาที่จะทำให้ทีมมั่นคงยืนยาวนะ” เขาอธิบาย “ถ้าเขาบอกว่าจะขึ้นพรีเมียร์ลีกให้ได้ภายใน 10 ปี ผมคงไม่มาหรอก”

แฮ็ชแท็กเลื่อนจากทีมในซันเดย์ลีก มาเป็นทีมกึ่งอาชีพถือเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมากพอมสมควร โอเว่นอยากพากษ์มากกว่าลงเล่นเอง หลังจากที่เขายอมรับว่าทีมนั้นก้าวกระโดดเกินความสามารถของเขาไปหน่อย ขณะที่ผู้เล่นนอกลีกหลายคนได้ถูกเลือกเข้ามาในทีม แต่เขาบอกว่ามันสำคัญเช่นกันที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมที่ย้ายมาจากการแข่งขันลีกบนยูทูป

“เราต้องลุยต่อไป เราไม่สามารถเปลี่ยนทีมได้ในช่วงข้ามคืน แต่เราก็ไม่ต้องการความเครียดไปในทุกสัปดาห์” เขาบอกต่อว่าการหาผู้เล่นเพิ่มยังมีเงื่อนไขบางอย่างด้วย “สิ่งที่จำเป็นในการทำงาน ผมไม่ได้บอกว่าคุณจำเป็นต้องมีคนติดตามมากมายในโซเชียลมีเดียถึงจะได้เล่นกับเรา แต่ผู้เล่นจะต้องสบายใจกับวิธีที่เราทำงานเพราะผู้ชมออนไลน์นั้นช่วยให้เราอยู่ได้”

ด้วยเหตุนี้ทำให้โอเว่นมองว่าแดร์เวอรูเป็นคนที่เหมาะสมกับงานนี้ “เรารู้จักลีกนี้อย่างหมดจด แต่เขาก็ไม่อึดอัดยามที่กล้องบันทึกภาพด้วย นั่นไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้าจำเป็นต้องมีนะ แต่มันเป็นส่วนสำคัญในสิ่งที่เราทำ ซึ่งเขาก็เข้าใจมัน และนั่นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง”

UFABET สงสัยว่า แฮ็ชแท็ก ยูไนเต็ด จะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือในลีกระดับที่สูงขึ้นไปอีก “ผมคิดว่าเรามั่นใจในลีกนี้นะ” กุนซือของทีมอย่างแดร์เวอรูพูด “บางคนอาจจะคิดว่าทีมเรามีเงินเป็นกอง ซึ่งไม่ใช่เลย และบางทีมก็อาจจะหัวเราะเยาะด้วยรูปแบบที่เราทำ แต่มีผู้เล่นที่ดีในทีมนี้ และเราก็เป็นสโมสรที่จริงจังด้วย”

แต่พวกเขาดีจริงๆ มั้ย? “ผมประหลาดใจกับคุณภาพของทีมมากเลยล่ะ” แดร์เวอรูพูดอย่างตื่นเต้น “ไม่มีอีโก้ในทีมเลย แม้พวกเขาจะมีผู้ติดตามมากมายแค่ไหนก็ตาม พวกเรารู้ว่าทีมขาดอะไรบ้าง และพวกเขาจำเป็นต้องมีมันเพื่อต่อกรกับทีมที่อยู่ในลีกกึ่งอาชีพนี้มาเป็นปีๆ แล้ว”


ความก้าวหน้าในฤดูกาล 2018-19

เกมแรกของพวกเขาคือเกมที่ต้องออกไปเยือน ลิตเติ้ล โอ๊คเลย์ 3 วันก่อนหน้านี้ และพวกเขาก็แพ้ไป 3-2 แต่คืนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะไถ่บาป ต่อหน้าแฟน 156 คนในสนาม โอเว่นได้แอบไปถ่ายรูปกับแฟนๆ ไม่ก็ถูกชวนไปเซลฟี่ด้วย และตอนนี้เขาชินกับมันไปแล้วล่ะ

“นี่ไม่ได้จะโม้นะ แต่ 2 ปีที่แล้ว ผมอยู่ในงานอดิดาสที่มีแกเร็ธ เบล อยู่ในงานด้วย แต่เด็กๆ วิ่งผ่านเขาและเข้ามากอดผมเฉยเลย ผมเขินหน้าแดงเลยล่ะ” เขาเผยถึงเรื่องเก่าๆ ในวันวาน ขณะที่มีเด็กวัยเรียนมากมายอยู่ ก็มีแฟนๆ วัยรุ่นที่สวมเสื้อทีมแฮ็กแท็กอยู่ด้วย บางคนทำท่าสัญลักษณ์แฮ็ชแท็กบนมือ ซึ่งโอเว่นเป็นคนสร้างมันขึ้นมาบนยูทูป

ในเกมต่อมา มาตรฐานของฟุตบอลที่นี่นั้นห่างไกลจากพรีเมียร์ลีกมากๆ ลูกจ่ายบอลถูกส่งไปหาเด็กเก็บบอลบ่อยครั้ง ทั้งความผิดพลาดของผู้เล่นทั้งสองทีม และนายทวารด้วย แต่ผู้ชมในสนามก็ไม่สนใจ จนในที่สุดแฮ็ชแท็กก็ทำประตูได้หลังจากผ่านไป 14 นาที จาก แฮร์รี่ เฮอร์เนสตี้ กองหน้าความเร็วสูงที่ย้ายมาจาก อีสต์ เธอร์ร็อค ในปีนี้

ขึ้นไปได้แค่ 8 นาที ก็โดนตีเสมอ แต่ทีมเยือนก็ดูจะเล่นได้เข้าตามากขึ้นในครึ่งหลัง ทั้งยิงชนคานและสร้างโอกาสมากมาย แต่แฮ็ชแท็กก็ยังเล่นได้เหนื่ยวแน่น และเก็บแต้มแรกมาได้สำเร็จในฤดูกาลนี้

หลังเกม ทีมงานคอนเท้นต์ของสโมสรก็ได้นำแบ็คดร็อปที่มีโฆษณาจากอดิดาส และฟุตบอล เมเนเจอร์ ไปวางและสัมภาษณ์เฮอร์เนสตี้ ผู้ทำประตูให้ทีมได้ ต่อมาไม่นานพวกเขาก็ตัดต่อและอัพโหลดวิดีโอลงยูทูปในอีก 2-3 วันต่อมา นี่เป็นหนึ่งตวามท้าทายที่ยากไม่แพ้กับในสนามเลย “เราเคยมีเวลา 2-3 อาทิตย์ในการลงวีดีโอแต่ล่ะตัว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับวันที่ลงเล่นแล้วล่ะ ซึ่งเราอาจจะลงเล่น 1 หรือ 2 นัด ต่อสัปดาห์” สมิธ กล่าว

วีดีโอตอนแรกในฤดูกาลนี้มีคนคลิกเข้าไปชมกว่า 300,000 วิว และยังมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้เล่นก็ยังใช้เวลาในการพูดคุยกับแฟนๆเหมือนเพื่อนๆ นั่งคุยเล่นในบาร์ และขอบคุณที่ให้กำลังใจ ขณะที่โอเว่นได้พูดคุยกับแฟนๆ วัยรุ่น 2 คน ในสแตนด์สนามด้วย

การทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่น ช่างตรงข้ามกับทีมใหญ่ในลีกสูงสุดซะเหลือเกิน และมากกว่าสิ่งอื่นใด นี่อธิบายว่าทำไมแฮ็ชแท็กจึงโด่งดังในโลกออนไลน์ และได้รับการจับตามองในวันแข่งมากมาย “แฟนๆ ของเราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด” สมิธพูดต่อ “สโมสรแบบดั้งเดิมพยายามจะมีส่วนร่วมกับแฟนบอลด้วยคอนเทนต์ที่มี แต่ถ้าเราไม่มีคอนเทนต์และผู้ชม ทีมเราคงตายไปนานแล้ว”

พวกเขาอาจจะไม่ใช่ทีมที่ย้ายจากยูทูปมาเล่นในฟุตบอลนอกลีกทีมสุดท้าย “มีทีมในยูทูปที่มีคนติดตามมากมายและมีแบรนด์ใหญ่หนุนหลังอยู่” โอเว่นเผย “ถ้าเราทำได้ ผมคงประหลาดใจหากไม่มีทีมไหนทำแบบเดียวกับเรา”

ถ้าพวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาได้เรื่อยๆ แฮ็ชแท็ก ยูไนเต็ดจะเลื่อนชั้นขึ้นมาพรีเมียร์ลีก ภายใน 9 ปี เพราะฉะนั้นทีมใหญ่ควรกังวลมั้ย? แต่ใครจะรู้ล่ะว่าพวกเราจะไปได้ไกลแค่ไหน? โอเว่นกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมคงพูดไม่ได้ว่าเราขายบัตร 34,000 ใบที่เวมบลีย์หรือทัวร์ที่อเมริกาได้ แต่โปรดจำไว้ว่า ทีมนี้ผมและเพื่อนของพี่ชายผมเป็นคนสร้างมันมา การได้แบ่งปันประสบการณ์กับพวกเขาทุกคนนั้นเหลือเชื่อมากๆ เราได้มีช่วงเวลาที่ดีและหวังว่ามันจะอยู่ต่อไป”

พวกเขาไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในความฝัน แต่แฟนบอลก็อยู่ในฝันเหล่านั้นกับพวกเขาเช่นเดียวกัน

Powered by UFABET


11 แข้งต่างชาติที่ได้โควต้านักเตะโฮมโกรน(HG) ของพรีเมียร์ลีก

สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล

มีรายงานในอาทิตย์นี้ว่าเอฟเอเตรียมวางแผนลดโควตาแข้งต่างชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเบร็กซิทที่วางไว้ แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องจำกัดผู้เล่นต่างชาติตามซะหน่อย โดย ฮิว เดวี่ส์จะเป็นคนพาไปหาวิธีแก้ไขกัน

มีข่าวลือว่าสโมสรจากพรีเมียร์ลีกจะถูกลดผู้เล่นต่างชาติลงจากทีมชุดใหญ่จำนวน 25 คน ซึ่งจากเดิมที่มีผู้เล่นต่างชาติสูงสุดได้ 17 คน จะเหลือแค่ 12 คนเท่านั้น

จริงๆ แล้ว มันเป็นมากกว่าข่าวลืออีก เพราะเอฟเอได้ยื่นคำร้องนี้ต่อพรีเมียร์ลีกไปแล้ว ซึ่งถ้าข้อกำหนดนี้ถูกนำมาใช่จริงๆ ค่าตัวของผู้เล่นในอังกฤษก็ยังคงสูงขึ้นกว่าเดิมอยู่ดี

แต่ไม่ใช่นักเตะจากบริติชเท่านั้นที่ทีมต้องการ เราต้องไม่ลืมนักเตะอีกประเภทหนึ่งด้วย นั่นก็คือนักเตะต่างชาติที่พรีเมียร์ลีกได้กำหนดให้พวกเขามีสถานะเป็นนักเตะท้องถิ่น โดยนักเตะท้องถิ่นคือนักฟุตบอลที่เคยผ่านการฝึกซ้อมหรือลงแข่งขันฟุตบอลกับสโมสรในอังกฤษหรือเวลส์เป็นเวลา 36 เดือนหรือ 3 ปี ก่อนที่เขาอายุครบ 21 ปี (ดูเหมือนช่วงแรกจะซ้ำซากไป แต่ช่างมันเถอะ)

ด้วยเหตุนั้นทำให้นักเตะต่างชาติมากมายหลายคนถูกนับเป็นนักเตะท้องถิ่นด้วย ยกตัวอย่างเช่น เชส ฟาเบรกาส ที่อยู่กับอาร์เซน่อลมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และนี่คือ 11 นักเตะต่างชาติที่หลายคนอาจจลืมไปว่าพวกเขามีสถานะนี้ด้วย และพิสูจน์ว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีประโยชน์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าแน่นอน


ซูโซ่ (มิลาน)

ตั้งแต่ออกจากลิเวอร์พูลไป เรื่องดีๆ ก็เข้ามาในชีวิตของซูโซ่ หรือ เฆซุส ฆัวกิน เฟร์นานเดซ ซาเอนซ์ เด ลา ตอร์เร่ ของเพื่อนร่วมทีม ปีกรายนี้อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ตอนอายุ 16 ถึง 21 ปี แต่ก็ไม่ฉายแววมากนัก จนกระทั่งเขาย้ายไปมิลาน และย้ายไปเล่นกับเจนัวด้วยสัญญายืมตัว ทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวสแปนิชคนที่สองที่ทำแฮตทริกได้ในเซเรีย อา ต่อจากหลุยส์ ซัวเรส (คนละคนกับที่คุณคิดนะ)

ตอนนี้ ซูโซ่โดดเด่นในอิตาลี และติดทีมชาติสเปนด้วย นอกจากนี้เขายังถูกนับเป็นนักเตะท้องถิ่นในอังกฤษด้วย เช่นเดียวกับ ฟาบิโอ บอรินี่ เพื่อนร่วมทีมในหงส์แดงและมิลานในปัจจุบัน แม้จะมีช่วงเวลาสั้นอยู่นั้นก็ตาม


ปอล ป็อกบา (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ป็อกบาดูไม่น่าจะเป็นนักเตะท้องถิ่นได้นะ หลังอยู่กับทีมปีศาจแดงตั้งแต่อายุ 16 ก่อนย้ายออกไปตอนอายุ 19 ปี แต่ 3 ปีที่อยู่กับทีมนั้นก็เพียงพอที่พรีเมียร์ลีกจะมองว่าเขาเป็นนักเตะท้องถิ่น

แน่นอน ถ้าทีมไหนในพรีเมียร์ลีกอยากได้กองกลางชาวฝรั่งเศสได้ร่วมทีมจริงๆ นอกเหนือจากจะได้เขาที่เป็นนักเตะท้องถิ่นไปอยู่ในทีมแล้ว อืมม… ทีมคงจะต้องทุ่มค่าเหนื่อยให้เขาพอตัวเลย

ถ้าหากคำพูดของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่บอกว่าเอเย่นต์ของป็อกบายื่นข้อเสนอให้เขากับแมนฯ ซิตี้ ในเดือนมกราคมเป็นเรื่องจริง งั้น มิโน่ ไรโอล่า ควรไปยื่นข้อเสนอให้เชลซีมากกว่า ซึ่งช่วงนั้นเป็นตอนที่สิงห์บลูส์คว้ารอสส์ บาร์คลีย์ เข้ามาร่วมทีมด้วย แต่บางทีเมาริซิโอ ซาร์รี่ อาจจะยอมคุยกับโจเซ่ มูรินโญ่ เรื่องการแลกผู้เล่นกันระหว่างป็อกบา กับ ดริงค์วอเตอร์ก็เป็นได้นะ


โรเมลู ลูกากู (แมนฯยูไนเต็ด)

ใช่แล้ว ทั้งป็อกบา และลูกากู มีคุณสมบัติที่ถูกต้องในการเป็นนักเตะท้องถิ่น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมปีศาจแดงจึงยอมทุ่มเงินมหาศาลกว่า 180 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวนักเตะทั้งสองมาร่วมทีม นี่มันของดีชัดๆ

ลูกากูกลายเป็นที่รู้จักเมื่อตอนที่เชลซีคว้าตัวเขามาในปี 2011 หลังจากลงเล่นให้อันเดอร์เลชท์ไปเกือบร้อยเกม รวมถึงติดทีมชาติเบลเยี่ยมไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนที่ย้ายมา รอมอายุแค่ 18 ปี และได้ลงเล่นในอังกฤษ 3 ฤดูกาลก่อนอายุครบ 21 ปี ซึ่ง 2 ใน 3 ฤดูกาลนั้นคือการเล่นกับเวสต์บรอมฯ และเอฟเวอร์ตันแบบยืมตัว ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะท้องถิ่นในทางเทคนิค แม้ว่าลูกากูจะอายุครบ 21 ปีมาแล้ว 2 วันก่อนที่ฤดูกาลที่สามของเขาจะจบลงก็ตาม


โอกูซาน ออซยาคุป (เบซิคตัส)

อดีตกองกลางจากอาร์เซน่อลที่ไปฉายแววในตุรกี และเคยมีข่าวว่าอาจจะได้กลับมาโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหลังเอฟเวอร์ตันให้ความสนใจ (แม้ว่าคาร์ดิฟฟ์จะพยายามยื่นข้อเสนอไปเมื่อฤดูกาาลที่แล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก)

คำที่บอกว่า “กลับมาโลดแล่น” อาจจะดูแปลกไปหน่อย เพราะออซยาคุปไม่เคยลงเล่นในลีกสูงสุดนี้กับทีมจากลอนดอนเหนือเลยแม้แต่นาทีเดียว (ย้ายไปเบซิคตัสตอนอายุ 19 ปี) และเคยเล่นแค่ในลีก คัพ 2 นัดเท่านั้น แต่ว่าแข้งทีมชาติตุรกีก็มีส่วนร่วมในพรีเมียร์ลีกใจากการเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน โดยนั่งอยู่กับ จิลส์ ซูนู, อิกนาซี มิเกล, และเฮนรี่ ลานซ์บูรี ตอนที่อาร์เซน่อลโดนถล่มไป 8-2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงย้ายทีม


อารอน มอย (ฮัดเดอร์สฟิลด์)

ในหลายปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้คว้าตัวผู้เล่นจากทีมในบรรดาซิตี้ กรุ๊ปมามากมาย ทั้งในออสเตรเลียและอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค แฮร์ริสัน วัย 21 ปี, แดเนี่ยล อาซานี่ วัย 19 ปี และนักเตะที่หลายๆ คนน่าจะรู้จักมากที่สุด นั่นก็คือกองกลางวัย 27 ปี อย่าง อารอน มอย ซึ่งย้ายเข้ามาในปี 2016

ซิตี้คว้ามอยมาก็จริง แต่เขาก็ไม่ต่างกับ ดิสเคอรูด เท่าไหร่ ที่ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมเลย แต่หลังจากที่ย้ายไปฮัดเดอร์สฟิลด์ทั้งแบบยืมตัวและถาวร กองกลางชาวออสซี่ก็กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีม ยังมีอะไรพิเศษมากกว่านี้อีก เขาเคยอยู่กับโบลตันในทีมเยาวชนมาก่อนถึง 4 ปี (ก่อนจะย้ายไปเล่นในสก็อตแลนด์กับ เซนต์ เมียร์เรน) คงไม่มีคาดคิดว่าเขาจะมีสถานะแบบนี้สินะ

ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อย ทำให้ฮัดเดอร์สฟิลด์สามารถใช้โควต้านักเตะต่างชาติครบ 17 คน โดยไม่ต้องมีชื่อของ มอย และกองกลางชาวเดนส์อย่าง ฟิลิป บิลลิ่ง ที่อยู่ในฐานะนักเตะท้องถิ่นเช่นกัน


กิลฟี่ ซิเกิรด์สสัน (เอฟเวอร์ตัน)

เอฟเวอร์ตันใส่ชื่อนักเตะต่างชาติแค่ 10 จากทั้ง 17 คนเท่านั้น (ขี้อวดจัง) ซึ่งรวมถึงนักเตะอย่างเชมัส โคลแมนด้วย แต่ทีมไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อของกิลฟี่ไปในโควต้านั้น เพราะซิเกิร์ดสสัน เป็นนักเตะท้องถิ่นนั่นเอง

ดาวเตะทีมชาติไอซแลนด์เคยอยู่กับทีมเยาวชนของเรดดิ้งมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว นั่นทำให้ทีมท็อฟฟี่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ไปเต็มๆ


แซร์จ จินาร์บี้ (บาเยิร์น มิวนิค)

แม้ว่าเขาจะเป็นชาวเยอรมัน แต่จินาร์บี้ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ดาวรุ่งแดนผู้ดีมากมายย้ายไปหาประสบการณ์แปลกใหม่ในบุนเดสลีก้าแทน

จินาร์บี้ได้ย้ายออกจากอาร์เซน่อลในปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากวันเกิดครบรอบ 21 ปีไม่นานนัก และตัวเขาก็รับรู้ดีกว่าหากอยู่กับปืนใหญ่ต่อไปก็คงไม่มีโอกาสลงเล่นมากเท่ากับย้ายไปทีมอื่นๆ ที่สามารถการันตีตำแหน่งใหเขาได้ แต่ทว่าการย้ายไปเวสต์บรอมฯ แบบยืมตัวก็ไม่ช่วยอะไรนัก เพราะจินาร์บี้ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกแค่ 12 นาทีเท่านั้น และตัวโทนี่ พูลิส ก็บอกว่าเขายังไม่อยู่ในระดับที่ทีมต้องการ จึงหันไปใช้งาน เคร็ก การ์ดเนอร์ในตำแหน่งริมเส้นมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ลีกเมืองเบียร์ได้ต้อนรับทั้ง จาดอน ซานโช่, รีสส์ เนลสัน และอีกมากมาย เป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นจากอังกฤษมากมายขนาดนี้ได้เข้ามาในบุนเดสลีก้านับตั้งแต่ก่อตั้งลีกในปี 1963

ในขณะเดียวกัน จินาร์บี้ก็ได้ย้ายไปเล่นกับบาเยิร์น มิวนิค, ได้สัมผัสเกมยุโรปในฤดูกาล 2018/19 หลังทำผลงานได้น่าประทับใจกับแวร์เดอร์ เบรเมน และฮอฟเฟ่นไฮม์ในการยืมตัว เขาพึ่งอายุแค่ 23 ปี เท่านั้น แต่ก็จัดการกับชีวิตค้าแข้งได้ดี และตอนนี้ก็มั่นใจได้ว่า แซร์จ จะไม่ตกหลุมพรางของการเป็นนักเตะท้องถิ่นของเชลซี ที่มักจะดองนักเตะดาวรุ่งไว้อย่างแน่นอน


คริส วูด (เบิร์นลีย์)

แข้งจากเมืองโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ ได้ย้ายมาอังกฤษตั้งแต่อายุ 16 ปี ถ้าหากย้ายมาในตอนนี้ เธเรซ่า เมย์ อาจจะต้องมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่ๆ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าบรรายากาศในทีมเวสต์บรอมฯ ดูจะไม่เป็นมิตรกับเขาเท่าไหร่

จริงๆ วูดได้วนเวียนอยู่ในอังกฤษมานานนับ 10 ปีแล้ว ไล่ตั้งแต่ เริ่มค้าแข้งกับเดอะ แบ็กกีส์ ตั้งแต่ชุดเยาวชน, บาร์นสลีย์, ไบรท์ตัน, เบอร์มิ่งแฮม, บริสตอล ซิตี้, บิลวอลล์ เอ้ย มิลล์วอลล์ จากนั้นก็เลสเตอร์, อิปสวิช, ลีดส์ และเบิร์นลีย์ในปัจจุบัน นับรวมๆ กันก็ 10 สโมสรแล้ว แต่เขายังอายุไม่ถึง 27 เลย ถ้าจะมีใครได้รับสถานะนักเตะท้องถิ่นล่ะก็ วู้ดคือนักเตะคนนั้นเลย


ปีเตอร์ กูลาสซี่ (เอแบร์ ไลป์ซิก)

ย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น ไม่มีใครว่าลิเวอร์พูลหรอกที่ปล่อยกูลาสชี่ออกจากทีมไป นายทวารวัย 23 ได้ย้ายออกทีมไปฟรีๆ เมื่อปี 2013 เนื่องจากเขาไม่ได้ลงเล่นให้หงส์แดงเลยแม้แต่เกมเดียวใน 6 ปีที่อยู่กับทีม เป็นมือที่สามต่อจากซิมง มินโญ่เล่ต์ และเปเป้ เรน่า ในยุคที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คุมทีม แต่ทว่าช่วงเวลาที่ย่ำแย่ได้รับการแก้ไข กูลาสชี่ได้กลายเป็นมือหนึ่งของเอแบร์ ไลป์ซิก และพาทีมลุ้นแชมป์ลีกเยอรมันได้ด้วย

ยังไม่มั่นใจหรอ? งั้นลองดูนี่ กูลาสชี่ถือเป็นนักเตะท้องถิ่น และตอนนี้เขาเป็นนายทวารที่ดีกว่าเป็นแค่มือสอง และนายทวารเกือบทุกทีมในพรีเมียร์ลีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา


วอจเซียค เชสนี่ (ยูเวนตุส)

อีกหนึ่งนายทวารที่มีประสบการณ์มากพอสมควรในอังกฤษ เชสนี่ลงเล่นให้อาร์เซนอลมากกว่า 180 เกมในทุกรายการ ก่อนที่อาร์เซน เวนเกอร์ จะขายเขาทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม กุนซือเลือดน้ำหอมดูเหมือนจะทำสิ่งที่ผิดพลาดไปในตอนนั้น เชสนี่มีข้อผิดพลาดบ่อยๆ ตลอดการค้าแข้งของเขาในอาร์เซนอล ซึ่งเวนเกอร์อาจจะมองว่ามันมากเกินพอแล้ว แต่ว่าเขาพึ่งอายุ 24 เท่านั้น ต่อมาเมื่อเขาย้ายไปเฝ้าเสาให้กับโรม่าก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนทีมม้าลายคว้าตัวร่วมทีมเพื่อเป็นทายาทต่อจากจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน และถึงเขาจะเป็นนักเตะท้องถิ่นหรือไม่ มือกาวชาวโปลยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปอังกฤษในเร็วๆ นี้แน่นอน

แต่มันช่างบังเอิญเหลือเกิน เมื่อผู้รักษาประตูชาวต่างชาติมากมายก็มีสถานะนักเตะท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกูลาสชี่, เชสนี่ และ รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ที่เคยค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ลีก หรือมือหนึ่งในทีมอย่างอัสเมียร์ เบโกวิช และแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทำให้พวกเขาเหล่านี้มีข้อได้เปรียบกว่าคนอื่นไปอีก


เอคตอร์ เบเยริน (อาร์เซน่อล)

แบ็คขวารายนี้เป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับนักเตะต่างชาติที่ได้รับสถานะนักเตะท้องถิ่นแทนที่ เชส ฟาเบรกาส แต่เขาไม่เหมือนฟาเบรกัสในตอนนี้ เพราะเบเยรินอายุแค่ 23 ปี ยังมีอนาคตข้างหน้ามากมายรอเขาอยู่ ทั้งที่อาร์เซน่อล, บาร์เซโลน่า หรือทีมใหญ่ๆทั่วยุโรป

เบเยรินย้ายมาร่วมทีมปืนใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไม่ต่างจากฟาเบรกาส ซึ่งตัวพรีเมียร์ลีกเองก็มองว่าทั้งคู่เป็นนักเตะที่ได้รับการยกเว้นได้เรื่องนั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้นักเตะชาวสแปนิชเป็นนักเตะที่มีผมนุ่มสลวยที่สุดในบรรดานักเตะท้องถิ่นทั้งหมดในลีก

Powered by UFABET